สมัครเล่นบอล ผ่านความฟิตลงสนามครบครัน

สมัครเล่นบอล

นิโกล่าส์ อเนลก้า ลุ้นล่าสกอร์ในแดนหน้า สมัครเล่นบอล ด้าน ราฟาเอล เบนิเตซ จัดทัพ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ชุดใหญ่มาเยือนลอนดอน สตีเวน เจอร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่ รวมถึง ร็อบบี้ คีน ผ่านความฟิตลงสนามครบครัน แต่ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ยังไม่เต็มร้อย คีน จึงรับบทหน้าตัวเป้า มีทาง เดิร์ก เคาท์ และ อัลเบิร์ต ริเอร่า สนับสนุนเกมรุกทางด้านข้าง

เริ่มเกมการแข่งขันทั้งสองฝ่ายไม่ผลีผลามใส่กัน แต่ความผิดพลาดของ ชาบี อลอนโซ่ ที่ลื่นเกือบนำความหายนะมาสู่ ลิเวอร์พูล ดีที่ว่าลูกตะบันจากนอกกรอบของ เดโก้ ซูซา พุ่งแฉลบเท้า เจมี่ คาร์ราเกอร์ ออกหลังไป

แต่ถึงนาทีที่ 10 กลายเป็น “หงส์แดง” ขึ้นนำ 1-0 เดิร์ก เคาท์ โหม่งเช็ดไปหน้าประตู จอห์น เทอร์รี่ โหม่งเคลียร์ไม่ขาด อลอนโซ่ สบโอกาสยิงไกลบอลแฉลบตัว โฮเซ่ โบซิงวา เปลี่ยนทางเข้าประตูไปขณะที่ ปีเตอร์ เช็ก สุดปัญญาเพราะหลงทาง

พอเสียประตูไป เชลซี เร่งเครื่องมากขึ้นแต่ยังเจาะแผงรับทีมเยือนไม่เข้า แถมเกือบโดนจังหวะสวน อัลเบิร์ต ริเอร่า อาศัยความปราดเปรียวกระชากหนี แอชลี่ย์ โคล และก็เลือกตะบันด้วยซ้ายข้างถนัดบอลพุ่งชนข้างตาข่าย ผ่านครึ่งทางของครึ่งแรก “สิงห์บลูส์” มีโอกาสบ้าง โบซิงวา เติมขึ้นมาทางขวาตั้งป้อมเปิดให้ ซาโลมอน คาลู ขวิดบอลไปตรงตัว โฮเซ่ เรน่า จังหวะถัดมา ลิเวอร์พูล เกือบทิ้งห่างไปเหมือนกันถ้า เช็ค ไม่ลอยปัดลูกยิงใบไม้ร่วงอันสุดสวยของ พนันบอลผ่านเว็บ สตีเวน เจอร์ราร์ด พ้นคาน

เชลซี ยังเป็นฝ่ายครองเกมเอาไว้ แต่การที่ ลิเวอร์พูล ลงไปตั้งรับลึกทำให้ คาลู และ ฟลอรองต์ มาลูด้า ไม่มีพื้นที่ในการเจาะทางด้านข้าง แต่นาทีที่ 36 เจ้าถิ่นมีโอกาสอีกครั้ง เดโก้ ซูซ่า เลี้ยงจี้ก่อนตัดสินใจยิงด้วยซ้ายบริเวณหัวกะโหลกบอลติดไซด์ออกไป ท้ายเกมความพยายามของเจ้าถิ่นยังไม่สัมฤทธิ์ผล จบ 45 นาทีแรกผู้มาเยือนรักษาความได้เปรียบเอาไว้ได้

ลงมาลุยกันต่อในครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ออกมาเน้นเกมรับตั้งแต่ต้นทำให้ เชลซี ครองบอลได้มากกว่าแต่พอเข้าแดนตัวเองก็เจอแผงรับทีมเยือนไล่กดดันจนนักเตะเจ้าถิ่นทำอะไรไม่ถนัดนัก นาทีที่ 54 “เดอะ ค็อป” เสียววูบไปเหมือนกันเมื่อ นิโกล่าส์ อเนลก้า เช็ดบอลให้ มาลูด้า แตะเข้าไปในกรอบโทษโดน เรน่า สกัดล้มไป แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้าปีกทีมชาติฝรั่งเศสเสียก่อน เมื่อเกมยังไม่ดีขึ้น “บิ๊กฟิล” จัด ฟรังโก ดิ ซานโต้ กองหน้าดาวรุ่ง และ ชูเลียโน่ เบลเลตติ ลงไปเปลี่ยนเกมพร้อมกับถอด คาลู และ มาลูด้า

หนึ่งชั่วโมงพอดี “เอล ราฟา” ปรับทีมบ้างถอด ร็อบบี้ คีน ซึ่งไม่สมบูรณ์เต็มร้อยออกมา ให้ทาง ไรอัน บาเบล ลงไปป่วนเกมรับเจ้าถิ่นบ้าง อีกสองนาทีถัดมา ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสทิ้งห่างอย่างน่าเสียดายเมื่อลูกยิงฟรีคิก 30 หลาของ อลอนโซ่ พุ่งไปกระแทกเสาออกมาเต็มๆ

นาทีที่ 72 เชลซี พลาดโอกาสทอง แฟรงค์ แลมพาร์ด หยอดบอลให้ ดิ ซานโต้ โขกเช็ดให้ โคล เติมขึ้นมายิงเฉือนหลังเท้าหลุดกรอบ สี่นาทีถัดมา “หงส์แดง” สวนขึ้นไปแบบได้ลุ้นอีกครั้ง บาเบล แตะหนี คาร์วัลโญ่ เข้าไปตะบันบอลเฉียดเสาไปนิดเดียว

ท้ายเกม “สิงห์บลูส์” พนันบอล ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายเติมหอกดาวรุ่ง สกอตต์ ซินแคลร์ และก็เสี่ยงดึง โบซิงวา ในตำแหน่งแบ็กออกมา แต่ช่วงเวลาที่เหลือ ลิเวอร์พูล ค้ำยันไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมจนหมดเวลา 90 นาที “หงส์แดง” เก็บชัยกลับแอนฟิลด์ กระโดดขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก หลังเก็บมา 23 คะแนนจากการลงสนาม 9 นัด ขณะที่ เชลซี เสียสถิติไม่ปราชัยคา สแตมฟอร์ด บริดจ์ มา 86 นัด นานถึง 4 ปี 8 เดือน จึงมีอยู่ 20 แต้มเท่าเดิม หล่นมารั้งอันดับ 2 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม

ฟุตบอลกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี อตาลันต้า 0 – เอซี มิลาน 1 คาร์โล อันเชลอตติ เริ่มติดเครื่องพา เอซี มิลาน กวาดชัยมาได้หลายนัดติดต่อกันทั้งในลีก และศึกยูฟ่า คัพ แต่การมาเยือน อตาลันต้า ที่มีกุนซือฝีมือดีอย่าง ลุยจิ เดล เนรี่ ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ทีมเยือนขนขุมกำลังซูเปอร์สตาร์เดินทางมายังเมืองแบร์กาโม่ เต็มสูบ ไม่ว่าจะเป็น เปาโล มัลดินี่, คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ, ริคาร์โด กาก้า รวมทั้ง โรนัลดินโญ่

ซึ่งนัดนี้รูปเกมก็ออกมาอย่างสูสี โดยครี่งแรกทั้งสองทีมผลัดกันรุก-รับอย่างสนุก แต่ก็ยังไม่สามารถส่งลูกหนังเข้าสู่ก้นตาข่ายได้ ทำให้ จบ 45 นาทีแรกไปแบบไม่เจ็บตัวทั้งคู่ 0-0

กลับมาต่อครึ่งหลัง มิลาน เป็นฝ่ายครองเกมมากขึ้น แต่กว่า มิลาน จะมาได้ประตูต้องรอถึงนาทีที่ 80 จากจังหวะที่ มาร์โก บอร์ริเอลโล่ ผ่านบอลให้ กาก้า ซัดบอลผ่าน เฟอร์ดินานโด ค็อปโปล่า เข้าไปซุกก้นข่ายเป็นประตูชัยให้ “ปิศาจแดงดำ” เบียดชนะไป 1-0 เก็บเพิ่มเป็น 16 คะแนนจากการลงสนาม 8 นัด ขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ของตาราง

“งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน จ่าฝูงภายใต้การดูแลของ แทงบอล  โฮเซ่ มูรินโญ่ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เจนัว ซึ่งมี ดีเอโก มิลิโต้ เป็นทีเด็ดในแดนหน้า อย่างไรก็ตาม เกมนี้เจ้าถิ่นมากันพร้อมหน้าแนวรุกประกอบด้วย ริคาร์โด้ กวาเรสม่า, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และ อาเดรียโน่

เกมนี้ เจ้าถิ่นเปิดฉากพยายามโหมบุกใส่อย่างหนัก แต่ไม่สามารถส่งลูกหนังผ่านมือ รูบินโญ่ นายทวารจอมหนึบของทีมเยือนได้ ทำให้ในครึ่งแรก งูใหญ่ ยังทำได้แค่เสมออยู่ที่ 0-0 มาต่อครึ่งหลัง มูรินโญ่ ต้องส่งทั้ง มาริโอ บาโลเตลลี่ รวมถึง วิคเตอร์ โอบิน่า และ ฮูลิโอ ครูซ นักเตะแนวรุก มาเติมสีสัน