บาคาร่า อาสาปั่นฟรีคิกด้วยเท้าขวา

บาคาร่า

ถัดมา 4 นาที ทีมเยือนยังมีโอกาสลุ้นอีกครั้ง บาคาร่า จากลูกเตะมุมที่กองหลังมาดริดโหม่งสกัดออกมาเข้าทางปืน โจน คัปเดบิล่า วอลเล่ย์สวนด้วยซ้ายไม่จับ บอลหลุดเสาสองออกไปแบบได้ลุ้น อย่างไรก็ดี มาดริด ยังครองบอลได้เหนือกว่า จนกระทั่งนาทีที่ 29 ก็ได้โอกาสจบสกอร์ และเป็นประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ เดวิด เบ็คแฮม สอดขึ้นไปรับบอลทางปีกซ้าย แล้วบรรจงโยนด้วยเท้าซ้ายลึกไปเสาสองให้ รุด ฟาน นิสเตลรอย ยกมือกางขึ้นในจังหวะขึ้นโหม่งแล้วบอลตกใส่ระหว่างมือรุด กับศีรษะ จอร์จ อันดราเด้ บอลกลิ้งอยู่หน้าประตู ราอูล จะพุ่งเข้าซ้ำแต่ อัลเบร์โต้ โลโป แหย่เท้าเคลียร์ทิ้งได้ก่อน ทว่าไม่พ้นอันตราย เซร์คิโอ รามอส เติมขึ้นมากระหน่ำด้วยซ้ายระยะ 3 หลาเข้าไปไม่เหลือ นาทีที่ 38 ทีมชุดขาวมาได้ลูกฟรีคิกระยะ 22 หลาเยื้องไปทางฝั่งขวา เดวิด เบ็คแฮม อาสาปั่นฟรีคิกด้วยเท้าขวา บอลเลี้ยวโค้งไม่พอเลยไปเข้าหน้าต่างหวุดหวิด ถัดมา 3 นาที เจ้าถิ่นมาได้ลูกฟรีคิกระยะ 25 หลา แต่คราวนี้ตรงกลางประตูพอดี เบ็คแฮม รับหน้าที่ปั่นโค้งเหมือนเดิม แต่คราวนี้ติดกำแพง ฟาบิโอ คันนาวาโร่ สอดขึ้นมาเกี่ยวบอลแล้วพยายามยิงซ้ำทันที แต่โด่งข้ามคานออกไป จบครึ่งแรก มาดริด นำ 1-0 ครึ่งหลัง มาดริด ออกสตาร์ตแรง และน่าได้ประตูที่สองอีกในนาทีที่ 50 เมื่อมาได้ลูกฟรีคิกระยะ 22 หลา เดวิด เบ็คแฮม ปั่นลูกฟรีคิกสองจังหวะไปชนเสาเต็มๆ ถัดมา 3 นาที ลา กอรุนญ่า เกือบตีเสมอได้ จากจังหวะชุลมุนอยู่หน้าประตู เอสโตยานอฟฟ์ ซัดไปติดบล็อคกองหลังชุดขาว ก่อนจะมาเข้าทาง เซร์คิโอ กอนซาเลซ ตวัดต่อมาให้ ฆวน โรดริเกซ ซัดไปติดบล็อค กาซิยาส หวุดหวิด บาคาร่าออนไลน์ ถึงนาทีที่ 54 ทีมเยือนก็มาตีเสมอเป็น 1-1 จนได้ เมื่อ จูเลี่ยน เด กุซมัน บรรจงเปิดบอลจากกราบซ้ายให้ โจน กัปเดบิล่า ชาร์จสองหลาตุงตาข่าย หลังเสียประตู มาดริด กลับมาลุยหนักทันที นาทีที่ 56 จากจังหวะสวนกลับ เบ็คแฮม รับบอลจังหวะสุดท้าย ก่อนซัดไปแฉลบกองหลังลา กอรุนญ่าออกไปนิดเดียว สุดท้าย มาดริด ก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 ในนาทีที่ 57 เมื่อ เบ็คแฮม บรรจงโยนบอลอย่างแม่นยำให้ ราอูล กอนซาเลซ โหม่งนิ่มๆ ไม่เหลือ นาทีที่ 74 มาดริด มาได้ประตูปิดท้ายเป็น 3-1 จากจังหวะที่ โรบินโญ่ แทงบอลให้ ราอูล เบียดแย่งกับกองหลังลา กอรุนญ่า แต่แย่งได้แล้วจิ้มบอลไปให้ รุด ฟาน นิสเตลรอย ซัดจ่อๆ เข้าไปไม่พลาด หลังจากนั้น ทีมชุดขาวก็คุมเกมเอาไว้ได้ดี

จนกระทั่งจบเกม เรอัล มาดริด เอาชนะ ลา กอรุนญ่า ไป 3-1 เก็บสามคะแนนรั้งจ่าฝูงต่อไปอีก 1 สัปดาห์ บาร์เซโลน่า 1 – เคตาเฟ่ 0 เริ่มต้นเกม บาร์ซ่า เว็บบาคาร่า มาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วหลังจากที่ ซามูเอล เอโต้ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะตวัดบอลให้ โรนัลดินโญ่ หลุดเข้าไปดวลกับ อับบอนดานซิเอรี่ ยิงสวนทางนายทวารอาร์เจนติน่าให้ทีมเจ้าบ้านนำไปก่อน 1-0 เคตาเฟ่ หลังเสียประตูพยายามตั้งเกมรุกขึ้นมา นาโช่ ได้โอกาสทางขวา ก่อนที่จะยิงบอลออกหลังไป ทีมเจ้าบ้านได้ลุ้นอีกจากฟรีคิกของ โรนัลดินโญ่ แต่ทว่าไปตรงตัว อับบอนดานซิเอรี่ รับเอาไว้ได้ เกมได้ลุ้นอีกหลัง เมสซี่ กระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแต่ทว่าในจังหวะยิงของเขาไปยิงตรงตัว “เอล ปาโต้” รับเอาไว้ได้ แต่ทว่าในช่วงท้ายครึ่งแรก โรนัลดินโญ่ ฟิวส์ขาดหลังถูก เดบิด เบเลนเกร์ เตะจนต้องเอาคืน และกรรมการเห็นเหตุการณ์พอดีจึงให้ใบแดงไล่ โรนัลดินโญ่ ออกจากสนาม ให้ บาร์ซ่า เหลือแค่ 10 คน ก่อนหมดครึ่งแรกไป มาเล่นกันต่อในครึ่งหลังได้ 7 นาที เดโก้ จ่ายบอลให้กับ ซามูแอล เอโต้ ยิงด้วยเท้าขวา บอลออกข้างไป นาทีที่ 56 โอกาสของเจ้าบ้าน เดโก้ เปิดมุมมาเข้าหัวของ ลีโอเนล เมสซี่ โหม่งบอลจะเข้าอยู่แล้ว แต่ฆาเบียร์ ปาเรเดส แบ็คซ้ายแงะพ้นออกจากเส้นประตูมาได้ เดโก้ ซ้ำอีกทีข้ามคานออกไป หนึ่งชั่วโมงผ่าน เคตาเฟ่ มีโอกาสจากจังหวะที่ ฆวน อังเคล อัลบิน ตัวสำรองเปิดให้กับ บาเลนติน ปาชอน ซัดเต็มเท้าขวา แต่ บิคตอร์ บัลเดส นายทวารของบาร์ซ่า ป้องกันไว้ได้ นาทีที่ 64 เจ้าบ้านมีลุ้นอีกครั้ง เดโก้ ยิงฟรีคิกบอลไซด์เข้ากรอบ แต่ไม่ผ่านการป้องกันของ โรเบร์โต้ เล่นบาคาร่าออนไลน์ อั๊บบอนดานเซียรี่ นายทวารของเคตาเฟ่ ท้ายเกม บาร์ซ่า ยังโต้ได้ดี แม้ว่าตัวจะน้อยกว่า แต่ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม 90 นาที บาร์ซ่า ชนะไป 1-0 เก็บสามแต้มเต็มไล่ล่า เรอัล มาดริด จ่าฝูงต่อไป พร้อมกับรักษาความหวังลุ้นแชมป์ ลา ลีกา เอาไว้ บาเลนเซีย 2 – บียาร์เรอัล 3 “ไอ้ค้างคาว” บาเลนเซีย ไม่มี เอดู กาสปาร์, บิเซนเต้ โรดริเกซ กับ ดาบิด นาบาร์โร่ ที่บาดเจ็บ ส่วน เฟร์นานโด มอริเอนเตส ที่เจ็บไปร่วมเดือนกลับมาลงฝึกซ้อมได้ตามปกติ แต่ไม่ฟิตพอลงสนาม เช่นเดียวกับ ดาบิด ซิลบา บาดเจ็บระหว่างฝึกซ้อมชวดบู๊อีกราย ทำให้แนวรุกต้องพึ่ง ดาบิด บีญ่า เป็นหลัก ขณะเดียวกัน บียาร์เรอัล ต้องขาด นิฮัต คาห์เวซี่ กับ ปาสกาล ซีก็อง ที่บาดเจ็บ ขณะที่ ฮวน มานูเอล เปนญ่า, โฆเซ่ มารี ถูกตัดชื่อออกจากทีม แต่ในแดนหน้ามี ดีเอโก้ ฟอร์ลัน ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย ที่ซัดไปแล้ว 15 ประตู ลงมาล่าตาข่ายเหมือเดิม ในครึ่งแรกเริ่มมาได้แค่ 5 นาที ฆัวกิน ซานเชซ เปิดให้กับ มิเกล มอนเตโร่ แบ็คขวาดันขึ้นมายิงบอลออกข้างไปอย่างน่าเสียดาย