บาคาร่าออนไลน์ ต้องการสามคะแนนในเกมนี้

บาคาร่าออนไลน์

เกมนัดรองสุดท้าย ซาราโกซ่า ทีมอันดับ 5 บาคาร่าออนไลน์ ที่ต้องเกาะพื้นที่ยูฟ่า คัพ เอาไว้ให้ได้เปิดรัง ลา โรมาเรด้า ต้อนรับเรอัล มาดริด จ่าฝูงที่ต้องการสามคะแนนในเกมนี้ เพื่อการันตีแชมป์ลีกในซีซั่นนี้ เจ้าถิ่นไม่มีคาร์ลอส ดิโอโก้ ที่ติดโทษแบน ส่วนทีมเยือนได้เดวิด เบ็คแฮม กองกลางเท้าชั่งทองที่กำลังฟอร์มขึ้นฟิตพอลงเล่นเป็นตัวจริง ช่วงออกสตาร์ท เรอัล มาดริด ยังเก็บบอลตั้งเกมไม่ถนัด แต่ก็มีลุ้นในนาทีที่ 10 จากลูกยิงไกลของโรบินโญ่ ที่ระยะ 30 หลาแบบใบไม้ร่วง อย่างไรก็ตาม เซซาร์ ซานเชซ ถอยไปปัดเอาไว้ได้ชนิดที่ว่าหัวถึงกับชนโคนเสาเลยทีเดียว ส่วนซาราโกซ่า ได้ลุ้นจากการยิงไกลของอันเดรียส ดาเลสซานโดร แต่จังหวะจะซ้ำของ เอเวอร์ตัน ล้ำหน้าไปก่อน เกมผ่านไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากทั้งสองทีมแลกหมัดกันอย่างเมามัน นาทีที่ 32 อีบัน เอลเกร่า พลาดไปทำฟาวล์พาโบล ไอมาร์ ในเขตโทษกรรมการไม่ลังเลเป่าให้จุดโทษกับเจ้าถิ่นทัน และเป็นดิเอโก้ มิลิโต้ สังหารเข้าไป ซาราโกซ่า นำ 1-0 ท้ายครึ่งแรกช่วงทดเวลาบาดเจ็บ มาดริดเกือบตีเสมอได้เมื่อต่อบอลอย่างสวยงามก่อนไปถึง เซอร์คิโอ รามอส ที่เปิดจากขวาไปเสาสองเข้าหัว รุด ฟาน นิสเตลรอย อย่างแม่นยำแต่ว่าติดเซฟ เซซาร์ ซานเชซ ครบ 45 นาที เรอัล มาดริด สถานการณ์ลำบากตามหลัง ซาราโกซ่า 0-1 ส่วน บาร์เซโลน่า เสมอ เอสปันญ่อล 1-1 พักครึ่ง เรอัล มาดริด เปลี่ยนสองคนส่งกอนซาโล่ ฮิกัวอิน และกูตี ลงมาแทน ราอูล กอนซาเลซ กับเอเมอร์สัน จากนั้นนาที 57 ทีมเยือนก็มาตีเสมอ 1-1 แบบมีดวงเมื่อรามอส เปิดจากกราบขวาบอลแฉลบนักเตะ ซาราโกซ่า ก่อนไปถึง รุด ที่โหม่งลงพื้นส่งบอลเด้งเข้าประตูไป อย่างไรก็ตาม มาถึงนาที 64 เรอัล มาดริดพลาดปล่อยให้ไอมาร์ เลี้ยงพาบอลขึ้นมาจากกลางสนาม บาคาร่า Holiday ก่อนจ่ายออกขวาให้ดิเอโก้ มิลิโต้ ล็อกหนี โรเบอร์โต้ คาร์ลอส หนึ่งจังหวะก่อนที่จะยิงลอดตัว คาซิยาส เข้าไป ซาราโกซ่า นำ 2-1 ทำให้ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือหน้าเครียดต้องแก้เกมด้วยการทิ้งไพ่ใบสุดท้ายส่งโฮเซ่ อันโตนิโอ เรเยส ลงมาแทน โรบินโญ่ เรอัล มาดริด พยายามบุกอย่างหนักนาทีที่ 76 เบ็คแฮม เปิดจากขวาไปถึงเสาสอง รุด โหม่งตั้งเข้ากลางให้ มาฮามาดู ดิยาร์ร่า พุ่งโหม่งแต่ว่าไม่ตรงกรอบอย่างน่าเสียดาย ก่อนหมดเวลา 3 นาที เบ็คแฮม เปิดฟรีคิกเข้าเขตโทษให้กับ ฮิกัวอิน โหม่งถากเสาออกไปนิดเดียว จนเวลาล่วงเลยนาทีสุดท้าย เรอัล มาดริดที่พยายามบดมาตลอดในช่วงท้ายเกม ก็มาตีเสมอ 2-2 แบบเหลือเชื่อเมื่อคาร์ลอส ตบจากเส้นหลังด้านซ้ายเข้ากลางให้ ฮิกัวอิน แปเน้นๆ เซซาร์ ปัดออกมาเข้าทาง ก่อนจะเป็นรุด

ฟาน นิสเตลรอยจิ้มเข้าไป ในขณะที่อีกสนาม บาคาร่า เอสปันญ่อล ตีเสมอ บาร์เซโลน่า เป็น 2-2 เช่นเดียวกัน ทำใหแฟนบอลทีมชุดขาวที่มาในชุดดำเกมนี้ได้เริงร่า ก่อนที่จะครบ 90 นาที เรอัล มาดริดบุกเสมอ รีล ซาราโกซ่า 2-2 แต่ก็ไม่เสียหายเท่าไหร่ เนื่องจากบาร์ซ่าก็เสมอ เอสปันญ่อล 2-2 ทำให้เรอัล มาดริด และบาร์ซ่า มี 73 คะแนนเท่ากันต้องไปตัดสินแชมป์กันในนัดสุดท้ายแบบสุดมัน ส่วนเซบีญ่า ยังมีลุ้นแบบห่าง หลังจากเสมอ มายอร์ก้า 0-0 มีแต้มตามหลังผู้นำ 2 คะแนน บาร์เซโลน่า ทีมรองจ่าฝูงทำศึกดาร์บี้แมตช์แห่งแคว้นคาตาลันอย่าง เอสปันญ่อล รองแชมป์ยูฟ่า คัพ ฤดูกาลล่าสุด โดยแฟร้งค์ ไรจ์การ์ด กุนซือเจ้าถิ่นขาด โรนัลดินโญ่ เพลย์เมกเกอร์ชาวบราซิลที่ ติดโทษแบน ต้องส่ง ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น ลงเล่นในแดนหน้าร่วมกับ ลีโอเนล เมสซี่ และซามูแอล เอโต้ ส่วนผู้มาเยือนวาง ราอูล ตามูโด้ เป็นกองหน้าตัวเดียว เริ่มเกมมา 7 บาร์ซ่า ได้โอกาสลุ้นก่อน เมื่อ อันเดรส อิเนียสต้า กองกลางตัวเก่งลากบอลขึ้นมา ก่อนจ่ายต่อให้ ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น ยิงหลุดกรอบขวามือออกไป ก่อนที่นาทีที่ 19 หัวหอกทีมชาติ ไอซ์แลนด์ จะโหม่งลูกเปิดของเดโก้ ข้ามคานออกไปอีก เกมเคาน์เตอร์ แอ็ทแท็คของเอสปันญ่อล ออกฤทธิ์จนได้ เมื่อมาได้ประตูนำไปก่อน ในนาทีที่ 30 เมื่อ อีบัน เด ลา เปนย่า อดีตดาวเตะของบาร์เซโลน่า พาบอลจากจังหวะสวนกลับขึ้นมา ก่อนรอจน ราอูล ตามูโด้ วิ่งสอดขึ้นมา ก่อนจ่ายยัดเข้าเท้าให้กองหน้าตัวเก่ง ซัดด้วยขวาไม่ต้องจับ บอลผ่านมือ บิคตอร์ บัลเดส เข้าไปอย่างสวยงาม เอสปันญ่อล นำ 1-0 เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยการนำของทีมเยือน แต่บาร์เซโลน่า มาได้ประตูตีเสมอในช่วง 3 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรกจนได้ เมื่อ จานลูก้า ซามบร็อตต้า ลากบอลขึ้นทางริมเส้นด้านขวา ก่อนเปิดบอล พุ่งมาหน้าประตู และเป็น ลีโอเนล เมสซี่ ที่โฉบเข้ามาโหม่งได้ก่อน การ์ลอส กาเมนี่ นายทวารทีมเยือน บอลตุงตาข่าย Holiday สกอร์เป็น 1-1 แต่จากภาพช้าเห็นได้ชัดว่า เมสซี่ ใช้มือชกบอลเข้าประตูไป เหมือนกับที่ ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานนักเตะรุ่นพี่ของอาร์เจนตินา เคยทำ “แฮนด์ ออฟ ก็อด” ทำให้ครึ่งแรกเสมอกัน 1-1 ครึ่งหลังไรจ์การ์ด ถอด โจวานนี่ ฟาน บร็องค์ฮอร์สต์ ออกแล้วส่ง โอเลเกร์ เปร์ซาส ลงเล่นแทน เริ่มครึ่งหลังขึ้นมาได้แค่ 5 นาทีทีมเยือนได้ลุ้นอีกครั้ง เมื่อได้ฟรีคิกระยะ 25 หลา และเป็น หลุยส์ การ์เซีย รับหน้าที่กดเต็มข้อ บอลข้ามคานแบบได้ลุ้น แต่แล้วบาร์เซโลน่า ก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ ในนาทีที่ 57 เมื่อ ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น ทำชิ่งกับเดโก้ ก่อนกองกลางทีมชาติโปรตุเกสจะไหลให้เมสซี่ หลุดขึ้นไปทางกรอบเขตโทษด้านขวา ก่อน ซัดด้วยขวาข้ามตัว กาเมนี่ เข้าไป บาร์เซโลน่านำ 2-1 ท่ามกลางความสะใจของแฟนๆ ทั้งสนาม หลังได้ประตูนำ บาร์เซโลน่า ลงไปตั้งรับ และเกือบเสียประตูเช่นกันในนาทีที่ 60 เมื่อ โฆเซ่ มาเรีย ลา กรูซ เปิดบอลจากซ้ายมาให้ มาร์ค ตอร์เรฆอน ขึ้นโหม่งหลุดเสาออกไปอีก